โซเชียลเน็ตเวิร์ค ยุค 2018 นี้ ดูจะทำให้โลกทั้งใบใกล้ชิดแนบสนิทกันมากขึ้น อยากรู้จักใคร อยากทำอะไร ก็สามารถทำได้ง่ายๆ และไม่รู้ว่าความง่ายตามธรรมชาติของโซเชียลเน็ตเวิร์คในยุคปัจจุบันนี้หรือเปล่า ที่ส่งผลให้หลายๆ คน ต้องชอกช้ำระกำใจไปกับความมโน.. มโนว่าคนนู้นคนนี้น่าจะปิ๊งเรา จนสุดท้ายก็พบว่าคิดไปเอง! พูดแล้วเศร้าชะมัด แต่คุณสามารถป้องกันตัวเองได้นะ! เพราะวันนี้แบไต๋จะมาเตือนคุณด้วยความหวังดี ว่าสถานการณ์ไหนที่คุณไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง

กด like ไม่ได้แปลว่า Love
มันก็ต้องมีบ้าง ที่เราจะแอบดีใจเวลาคนที่เราแอบชอบมากด Like ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพเอย สเตตัสเอย พอเห็นเธอกด Like เราบ่อยๆ อดเข้าข้างตัวเองไม่ได้เลยว่าเขาหรือเธอคนนั้นมีใจให้ ก็แหม ถ้าไม่รัก ไม่ชอบ จะมากดทำไม แต่ แต่ แต่.. อยากให้คุณได้รู้ว่า ทุกครั้งที่คนที่คุณแอบปลื้มกด Like ไม่ได้แปลว่าเขาหรือเธอชอบคุณสักหน่อย แค่เขาหรือเธอบังเอิญชอบโพสต์นั้นๆ ของคุณ หรือมองในแง่ลบ มือมันดันลั่น เลื่อนๆ ทามไลน์แล้วเผลอไป Like โดยไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้นหยุดคิดได้แล้ว ว่าการกด Like คือการบอก Love ไม่งั้นจะอกหักนะจ๊ะ แต่เธอไม่รู้บ้างเลย…

สเตตัสพร่ำเพ้อเรื่องรัก อาจไม่ได้หมายถึงคุณ
เห็นใครคนนั้นโพสต์สเตตัสแอบรักทีไร อดไม่ได้เลยที่จะมโนว่าเขากำลังแอบชอบเราเหมือนกันรึเปล่านะ ตื่นค่ะตื่น! ถ้ากำลังมีความมโนแบบนี้อยู่ล่ะก็ รีบสะบัดหัวเพื่อลบความคิดเหล่านี้ทิ้งซะ เพราะไม่งั้นคุณจะน้ำตาตกในในอนาคตแน่ๆ
จำไว้เลยว่า สาวๆ หรือหนุ่มๆ บางคน ก็มีแฟนอยู่แล้ว และวันดีคืนดี ก็เกิดอาการตกหลุมรักแฟนตัวเองขึ้นมา ก็เลยโพสต์เชิงแอบรักสักหน่อย หรือบางคนกำลังฟังเพลงรักอินๆ เลยโพสสเตตัสหวานๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตตัวเอง ก็มีถมเถ และถ้าพูดให้ตรงกว่านี้ เขาหรือเธอคนนั้นอาจจะมีคนในใจอยู่แล้วก็ได้ ดังนั้นเวลาเจอสเตตัสหรือโพสต์แอบรักต่างๆ โปรดอย่าคิดว่าหมายถึงคุณเลย ถ้าไม่อยากเจ็บช้ำระกำใจ

Follow / Add friend ไม่ได้แปลว่าสนใจคุณ
เวลาที่มีหนุ่มหล่อหรือสาวสวยกด Follow หรือ Add friend มา มันก็อดไม่ได้ที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าฝ่ายนั้นต้องสนใจเราแน่ๆ ไม่งั้นจะแอดมาทำไม แต่ความจริงแล้วมีเหตุผลมากมาย ที่คนเรากด Follow หรือ Add friend ใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นการอยากติดตามไลฟ์สไตล์ของคนนั้นๆ หรือเพื่ออยากส่องความเป็นไปเฉยๆ ดีไม่ดี เขาหรือเธอคนนั้นอาจจะเผลอมือลั่นไปกด Follow โดยไม่รู้ตัวก็ได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งมโนไปไกลนะคะ

ดู Story ไม่ได้แปลว่าแอบรัก
หลังมีฟีเจอร์ Story ตาม Instagram หรือ Facebook ก็เพิ่มความมโนให้หลายๆ คน ไปอีกขั้น เพราะเจ้าฟีเจอร์ Story นี้ สามารถดูได้ด้วยว่าใครดูเรื่องราวของเราบ้าง และพอเห็นว่าหนุ่มหรือสาวที่เราเล็งไว้มาแอบดูบ่อยๆ ล่ะก็ ใจมันก็เตลิดคิดว่าเขาสนใจเราซะงั้น ซึ่งของอย่างนี้ก็ไม่แน่นอนที่จะบ่งชี้ได้ เพราะโดยปกติแล้วก็มีหลายๆ คน ที่ชอบเปิดดู Story ของคนอื่นๆ ดู โดยไม่คิดอะไร แค่อยากหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น ไว้รอให้เขาดู Story ของคุณทุกวันก่อน ถึงเวลานั้นคุณจะลองส่งข้อความไปทักทายก็จะลดโอกาสที่จะนกลงไปได้เยอะ

ทักมา ไม่ได้แปลว่าชอบ
มันก็จะเจ็บปวดหน่อยๆ สำหรับข้อนี้ ว่าการที่อีกฝ่ายทักมาพูดคุยแม้เพียงครั้งเดียวหรือสม่ำเสมอเกือบทุกวัน ก็ไม่ได้เป็นการการันตีว่าเขาคนนั้นจะชอบคุณ แม้ว่ามันดูเหมือนจะใช่ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็มีพวกเฟรนลี่มากมาย ที่ทักแชทไปคุยกับคนทั่วไป ทั้งแบบคิดและไม่คิดอะไร ทำให้อีกฝ่ายคิดไปไกล แล้วไม่รับผิดชอบ ก่อนจะอ้างข้างๆ คูๆ ว่า “คุยเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร” และถ้าคุณไม่อยากตกเป็นเหยื่อในกรณีแบบนี้ล่ะก็ ระวังตัวให้ดีล่ะ

เห็นทีคุณต้องระวังตัวและหัวใจมากขึ้นแล้ว เพราะดูเหมือนว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คจะทำให้ใครต่อใครเผลอตกหลุมรักกันง่ายขึ้น และแน่นอนว่ามันก็มีโอกาสที่จะแห้วกันมากขึ้นด้วย การฝึกหัวใจของคุณให้มีกำแพงดีๆ ไว้เซฟตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด… เห็นด้วยมั้ยล่ะ

ขอบคุณข้อมูล จาก sanook.com